แมงมุมมอง
บทกวีของแกะดำ

“มองมุม  มุมมอง
มองหลากมุม หลากมุมมอง
มองต่างมุม  ต่างมุมมอง
มองรอบมุม  ไม่จนมุม
แมงมุมขยุ้มดวงตา 
ชักใยไปมาระหว่างมุมดวงใจ
แมงมองจ้องมองด้วยใจ
มุมมองใหม่ๆ ซ่อนอยู่ใต้ขาแมงมุม
แมงมุมคู่กับแมงมอง
แมงมุมท้องป่องเพราะแมงมองพิฆาต
แมงมุมออกลูกมาเต็มตลาด
ชื่อแปลกประหลาดว่าแมงมุมมอง”
ด.ช.แกะเขียนกลอนส่งครู
“กลอนของหนูทำไมไม่เป็นกลอน
สัมผัสไม่มี
ทำไมไม่เขียนแบบครูสอน
แมงมุมมีแน่นอน แต่แมงมอง,
มันไม่มี!
ไปเขียนมาใหม่
อย่าให้ภาษาไทยวิบัติ
ฉันทลักษณ์ต้องเคร่งครัด
สัมผัสต้องถูกที่
ห้ามเขียนทะลึ่ง เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ดี
ดูอย่าง ด.ญ.แพะซี เขียนดีได้สี่ดาว”
แล้วคุณครูก็อ่านกลอนของ ด.ญ.แพะ
ให้ ด.ช.แกะรับฟังเรื่องราว
“หนูนั้นรักคุณครู ผู้ที่ถือชอล์กสีขาว
คุณครูก็รักเรา และพวกเราก็รักครู...”

(๒๙ ส.ค.๒๕๔๙)

คำให้การของคณะกรรมการรางวัลซีไรต์รอบคัดเลือก

" เมื่อหยิบหนังสือกวีนิพนธ์ แมงมุมมอง ก่อนเปิดอ่านได้พบคำโปรยหน้าหนังสือว่า "หนังสือกวีไส้ชุ่ม" ก็อดขำไม่ได้ เพราะพรชัย สร้างอารมณ์ขันเล็กๆ จากคำตรงข้ามที่เราได้ยินทั่วไปว่า กวีมักไส้แห้ง เป็นกวีไส้ชุ่ม คือเต็มไปด้วยเงินทอง หรือเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน หยิกแกมหยอกตลอดเรื่อง สร้างความฉงนให้ผู้อ่าน ก่อนลงมืออ่าน...

แมงมุมมอง เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์สั้นๆ จำนวน145 บท มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว ได้แก่เด็ก พ่อแม่ ครู สังคมเมือง-ชนบท และการปกครองภายใต้รัฐบาลทหาร ถ่ายทอดเป็นกลอนที่อ่านได้ง่าย เนื่องจากไม่ได้ใช้ศัพท์ยาก ลีลากลอนมักเป็นกลอนสั้นๆ เรียบง่าย ไม่อลังการหรูหรา ไม่เน้นสัมผัสคล้องจองมากนัก มีลักษณะเด่นเรื่องการใช้กลอนสัมผัสเสียงเดียวกันลงท้ายบทที่เรียกว่ากลอนหัวเดียว อันเป็นลักษณะทั่วไปของเพลงพื้นบ้าน

วิธีการเล่าเรื่องในแมงมุมมองมักให้ภาพเรียบๆ แก่ผู้อ่านให้รู้จักตัวละครหรือเนื้อเรื่อง แล้วหักมุมจบหรือประชดเสียดสีในบทสุดท้าย พร้อมแฝงด้วยอารมณ์ขันที่ทั้งหัวเราะออกและหัวเราะไม่ออก ทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสจากบทกวีสั้นๆ เหล่านี้อย่างพร้อมมูล..."